“ไส้กรองอากาศ” คือหนึ่งในอะไหล่เล็กๆ ที่มีผลต่อสมรรถนะของเครื่องยนต์มากกว่าที่คิด เพราะหน้าที่ของมันคือ กรองฝุ่นและสิ่งสกปรก ไม่ให้เข้าไปในห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์โดยตรง แต่เมื่อใช้งานไปนานๆ สิ่งสกปรกจะเริ่มสะสมจนทำให้ ไส้กรองอากาศตัน ซึ่งส่งผลต่อทั้งการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและอายุการใช้งานของเครื่องยนต์โดยตรง
มาดูกันว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้ไส้กรองอากาศตันเร็วกว่าปกติ และผลเสียที่หลายคนมักมองข้ามจนต้องเสียเงินซ่อมโดยไม่รู้ตัว
1. ขับในพื้นที่ฝุ่นเยอะ หรือถนนลูกรังเป็นประจำ
การขับขี่ในพื้นที่ที่มีฝุ่นละอองมาก เช่น ถนนลูกรัง หรือบริเวณก่อสร้าง จะทำให้ฝุ่นเข้าสู่ระบบกรองอากาศในปริมาณมาก จนไส้กรองอากาศอุดตันเร็วกว่ารถที่ใช้งานในเมือง
คำแนะนำ: หากขับในพื้นที่ลักษณะนี้ ควรตรวจเช็กและเปลี่ยนไส้กรองอากาศทุกๆ 10,000–15,000 กม. หรือเร็วกว่าตามสภาพหน้างาน
2. ไม่เปลี่ยนไส้กรองตามระยะที่กำหนด
เจ้าของรถหลายคนมักละเลยการเปลี่ยนไส้กรองอากาศ เพราะคิดว่ายังใช้งานได้ ทั้งที่ความจริงแล้วไส้กรองที่เริ่มเสื่อมจะดูดอากาศได้ไม่เต็มที่ ทำให้เครื่องยนต์ “หายใจไม่สะดวก”
คำแนะนำ: ตรวจเช็กตามคู่มือรถหรือคำแนะนำของศูนย์บริการ โดยทั่วไปควรเปลี่ยนทุก 20,000 กม. สำหรับรถใช้งานปกติในเมือง
3. ใช้ไส้กรองคุณภาพต่ำ หรือของเทียบที่ไม่ได้มาตรฐาน
ไส้กรองราคาถูกหรือของเทียบที่ไม่มีคุณภาพ อาจมีวัสดุกรองที่หยาบเกินไป ทำให้ไม่สามารถดักจับฝุ่นได้ดี หรือในบางกรณีอาจปล่อยให้ฝุ่นเล็ดลอดเข้าเครื่องยนต์ ซึ่งเป็นสาเหตุให้ลูกสูบสึกเร็ว
คำแนะนำ: ใช้ ไส้กรองอากาศแท้จาก TOKYO ROKI หรือ DENSO ที่ SCL จำหน่าย ซึ่งผลิตตามมาตรฐาน OEM ของรถยนต์ญี่ปุ่น
4. เครื่องยนต์มีแรงดูดสูง แต่ระบบกรองอากาศเก่า
สำหรับรถที่ผ่านการใช้งานมานาน ระบบท่อดูดอากาศอาจเสื่อม ทำให้แรงดูดสูงขึ้นจนฝุ่นสะสมในไส้กรองเร็วขึ้น หากปล่อยไว้นานจะทำให้แรงดันอากาศผิดปกติ
คำแนะนำ: ตรวจสอบสภาพท่ออากาศและกรอบกรองอากาศทุกครั้งที่เข้าศูนย์ เปลี่ยนทันทีหากพบว่ามีรอยแตกหรือรั่ว
ผลเสียของ “ไส้กรองอากาศตัน” ที่หลายคนมองข้าม
- เครื่องยนต์ทำงานหนักขึ้น เสียงดังและร้อนเร็ว
- สิ้นเปลืองน้ำมันมากขึ้น เพราะเครื่องยนต์ต้องเร่งรอบเพื่อดึงอากาศเข้า
- กำลังรถตก อัตราเร่งช้าลง โดยเฉพาะตอนออกตัวหรือเร่งแซง
- ทำให้เซนเซอร์อากาศ (MAF Sensor) สกปรกและเสียหายได้
- ฝุ่นที่เล็ดลอดเข้าไปอาจทำให้ลูกสูบและวาล์วสึกเร็ว
เมื่อเกิดอาการเหล่านี้แล้ว ไม่เพียงแต่ต้องเปลี่ยนไส้กรอง แต่บางครั้งยังต้องล้างระบบไอดีหรือเปลี่ยนเซนเซอร์ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าหลายเท่า
วิธีดูแลและยืดอายุไส้กรองอากาศ
- ตรวจสอบทุกครั้งที่เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง
- เป่าทำความสะอาดเบื้องต้นด้วยลมแรงดันต่ำ (เฉพาะกรณีไส้กรองกระดาษที่ไม่ชำรุด)
- ใช้ไส้กรองแท้จากแบรนด์มาตรฐาน เช่น TOKYO ROKI / DENSO / AISIN
- หลีกเลี่ยงการใช้น้ำล้างไส้กรอง (หากไม่ใช่รุ่นที่ออกแบบมาสำหรับล้างได้)
สรุป: อย่ารอให้ไส้กรองตันจนเครื่องพัง
ไส้กรองอากาศตันเป็นเรื่องเล็กที่ส่งผลใหญ่ หากละเลยอาจทำให้เครื่องยนต์เสียหายและสิ้นเปลืองน้ำมันโดยไม่รู้ตัว
เลือกใช้ ไส้กรองอากาศแท้จาก TOKYO ROKI และ DENSO ที่ได้รับมาตรฐาน OEM พร้อมจัดส่งทั่ประเทศจาก SCL Motor Part Online
ดูสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ SCL Motor Part Online










